น้ำกลั่น กับ น้ำ RO ต่างกันอย่างไร เลือกใช้อะไรดี

น้ำกลั่น กับ น้ำ RO ต่างกันอย่างไร เลือกให้เหมาะกับงานอุตสาหกรรม

น้ำกลั่น กับ น้ำ RO ต่างกันอย่างไร เลือกใช้อะไรดี

น้ำกลั่น และ น้ำ RO เป็นน้ำที่ผ่านกระบวนการกรองเพื่อกำจัดสิ่งปนเปื้อน แต่มีวิธีการผลิต คุณสมบัติ และการใช้งานที่แตกต่างกัน โดยน้ำกลั่นเหมาะกับงานที่ต้องการความบริสุทธิ์สูง ส่วน น้ำ RO เหมาะกับงานทั่วไปและการใช้งานในอุตสาหกรรมที่ต้องการลดสารละลายและสิ่งปนเปื้อนในน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

ปัจจุบัน “น้ำกลั่น” ถือเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่หลายอุตสาหกรรมให้ความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นโรงงานผลิต เครื่องสำอาง ระบบหล่อเย็น ห้องปฏิบัติการ หรือแม้แต่การใช้งานด้านแบตเตอรี่รถยนต์ เพราะคุณภาพของน้ำมีผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพของเครื่องจักรและคุณภาพของสินค้า

หลายคนอาจสงสัยว่า น้ำกลั่น กับ น้ำ RO ต่างกันอย่างไร และควรเลือกใช้น้ำประเภทไหนให้เหมาะกับงานของตัวเอง บทความนี้จะช่วยอธิบายแบบเข้าใจง่าย พร้อมเปรียบเทียบจุดเด่นของน้ำแต่ละประเภทอย่างชัดเจน

 

น้ำกลั่น คืออะไร

น้ำกลั่น คือ น้ำที่ผ่านกระบวนการ “กลั่น” โดยใช้ความร้อนทำให้น้ำระเหยกลายเป็นไอ ก่อนควบแน่นกลับมาเป็นน้ำอีกครั้ง กระบวนการนี้ช่วยแยกแร่ธาตุ โลหะหนัก สิ่งสกปรก และสารปนเปื้อนออกจากน้ำได้ในระดับสูง จุดเด่นสำคัญของน้ำกลั่น คือ มีค่าความบริสุทธิ์สูงมาก และมีแร่ธาตุเจือปนน้อย จึงเหมาะกับงานที่ต้องการควบคุมคุณภาพน้ำอย่างละเอียด

สำหรับน้ำกลั่นที่ใช้ในอุตสาหกรรม การกลั่นด้วยความร้อนไม่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคหรือโรงงานอุตสาหกรรม ที่ต้องใช้น้ำในกระบวนการผลิต ปริมาณมากๆได้ จึงทำให้เกิดวิธีการผลิตน้ำกลั่น เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมเพื่อให้ได้ต้นทุนการผลิตที่ต่ำลงและปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้น กระกวนการดังกล่าวเราเรียกว่าการกรองด้วยสารเรซินที่สามารถจับประจุและแร่ธาตุต่างๆที่ปนอยู่ในน้ำออกจนหมดสิ้น ซึ่งเราเรียกน้ำที่ผลิตด้วยวิธีดังกล่าวนี้ว่า น้ำกลั่น (Deionized water) เมื่อเปรียบเทียบคุณสมบัติและค่าสิ่งปนเปื้อนที่อยู่ในน้ำกลั่นที่ผลิตโดยใช้ความร้อน กับน้ำกลั่น (Deionized water) เราจะพบว่าคุณสมบัติใกล้เคียงหรือแทบจะไม่แต่ต่างกัน ฉะนั้นเราจะพบว่าน้ำกลั่นที่ใช้ในอุตสาหกรรมทั่วไป จะเป็นน้ำกลั่นที่ผลิตด้วยกระบวนการกรองละเอียดหลายขั้นตอน มากกว่าจะเป็นน้ำกลั่นที่ใช้กลั่นจากกระบวนการทำให้น้ำระเหยกลายเป็นไอ

การใช้งานน้ำกลั่นที่พบได้บ่อย เช่น

  • ใช้เติมแบตเตอรี่รถยนต์
  • ใช้ในห้องแล็บและงานวิทยาศาสตร์
  • ใช้ในอุตสาหกรรมยาและเครื่องสำอาง
  • ใช้ในหม้อน้ำ เครื่องจักร และระบบหล่อเย็น
  • ใช้ในระบบที่ไม่ต้องการคราบตะกรัน

 

น้ำ RO คืออะไร

น้ำ RO หรือ Reverse Osmosis คือ น้ำที่ผ่านระบบกรองด้วยเมมเบรนละเอียดระดับไมครอน ช่วยกรองสารละลาย โลหะหนัก เชื้อโรคที่ขนาดไม่เล็กมาก และสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ ออกจากน้ำ

ระบบ RO ได้รับความนิยมอย่างมากในโรงงานอุตสาหกรรม อาคารสำนักงาน และระบบน้ำดื่ม เพราะสามารถลดสารปนเปื้อนได้ดีและมีต้นทุนการผลิตที่เหมาะสม แม้น้ำ RO จะมีความสะอาดสูง แต่โดยทั่วไปยังอาจมีแร่ธาตุหรือสารบางชนิดหลงเหลืออยู่เล็กน้อย ต่างจากน้ำกลั่นที่ผ่านการระเหยและควบแน่นโดยตรง

 

ตารางเปรียบเทียบ น้ำกลั่น และ น้ำ RO ต่างกันอย่างไร

หัวข้อเปรียบเทียบ น้ำกลั่น น้ำ RO
หลักการผลิต 1.ใช้วิธีต้มน้ำให้ระเหยและควบแน่นกลับเป็นน้ำ 2.ใช้วิธีการกรองละเอียดหลายขั้นตอนด้วยสารเรซิน ใช้ระบบกรอง Reverse Osmosis ผ่านเมมเบรนละเอียด
ความบริสุทธิ์ สูงมาก มีแร่ธาตุและสิ่งปนเปื้อนน้อยมาก สะอาดสูง แต่ยังอาจมีแร่ธาตุบางส่วนหลงเหลือ
การกำจัดแร่ธาตุ กำจัดได้เกือบทั้งหมด กำจัดได้ส่วนใหญ่
การกำจัดเชื้อโรค 1. กำจัดได้ดีมาก(กลั่นด้วยความร้อน) 2. กำจัดได้บางส่วน(กลั่นด้วยการกรองด้วยสารเรซิน) กำจัดได้บางส่วนที่ไม่สามารถผ่านไส้กรองเมมเบรน
ค่าการนำไฟฟ้า ต่ำมาก ต่ำ
ต้นทุนการผลิต สูงกว่า ประหยัดกว่า
เหมาะกับงานประเภทไหน ห้องแล็บ อุตสาหกรรมยา เครื่องสำอาง แบตเตอรี่ ระบบหล่อเย็น น้ำดื่ม โรงงานทั่วไป ระบบกรองน้ำอุตสาหกรรม
โอกาสเกิดคราบตะกรัน น้อยมาก อาจมีได้เล็กน้อย
อายุการดูแลระบบ ช่วยลดการสะสมของแร่ธาตุในระบบได้ดี ช่วยลดสิ่งปนเปื้อนได้ดี
นิยมใช้งานในอุตสาหกรรม งานที่ต้องการน้ำบริสุทธิ์สูง งานที่ต้องการน้ำสะอาดในปริมาณมาก
ราคา สูงกว่าเล็กน้อย คุ้มค่าเมื่อใช้ปริมาณมาก
เหมาะกับใคร ธุรกิจที่ต้องควบคุมคุณภาพน้ำอย่างละเอียด ธุรกิจทั่วไปที่ต้องการระบบน้ำสะอาดมาตรฐานสูง

 

เลือกใช้น้ำแบบไหนดี

การเลือกใช้น้ำขึ้นอยู่กับลักษณะงานและมาตรฐานที่ต้องการ หากเป็นงานที่ต้องการความบริสุทธิ์สูงมาก เช่น ห้องปฏิบัติการ อุตสาหกรรมยา เครื่องสำอาง หรือระบบที่ไม่ต้องการแร่ธาตุเจือปน การเลือกใช้น้ำกลั่นจะตอบโจทย์มากกว่า

แต่หากเป็นงานทั่วไป เช่น ระบบน้ำดื่ม โรงงานผลิตทั่วไป หรือการใช้งานที่ต้องการลดสิ่งปนเปื้อนในระดับสูง น้ำ RO ถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าและได้รับความนิยมอย่างมาก

 

ทำไมคุณภาพของน้ำจึงสำคัญในงานอุตสาหกรรม

หลายโรงงานอาจมองว่าน้ำเป็นเพียงส่วนประกอบพื้นฐาน แต่ในความเป็นจริง คุณภาพน้ำมีผลต่อทั้งคุณภาพสินค้า อายุการใช้งานของเครื่องจักร และต้นทุนการบำรุงรักษา

หากใช้น้ำที่มีแร่ธาตุหรือสิ่งปนเปื้อนมากเกินไป อาจทำให้เกิดคราบตะกรัน การอุดตัน หรือส่งผลต่อมาตรฐานการผลิตได้ในระยะยาว ดังนั้น การเลือกใช้น้ำกลั่นหรือน้ำ RO ให้เหมาะกับงาน จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมที่ต้องควบคุมคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับน้ำกลั่น และ น้ำ RO

Q1: น้ำกลั่น ดื่มได้หรือไม่
A: น้ำกลั่นสามารถดื่มได้ แต่โดยทั่วไปไม่นิยมดื่มเป็นประจำ เพราะมีแร่ธาตุน้อยมาก จึงมักใช้ในงานอุตสาหกรรมและงานเฉพาะทางมากกว่า

Q2: น้ำ RO กับ น้ำกลั่น อะไรสะอาดกว่ากัน
A: โดยทั่วไป น้ำกลั่นมีความบริสุทธิ์สูงกว่า เพราะผ่านกระบวนการกลั่นที่ช่วยกำจัดแร่ธาตุและสิ่งปนเปื้อนได้ละเอียดมาก

Q3: บริษัท อาร์ เอช เค กรุ๊ป จำกัด มีบริการน้ำกลั่นสำหรับอุตสาหกรรมหรือไม่
A: บริษัทอาร์ เอช เค กรุ๊ป จำกัด มีบริการด้านเคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์สำหรับภาคอุตสาหกรรม รวมถึงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานในโรงงานและระบบอุตสาหกรรมต่าง ๆ

Q4: น้ำ RO ใช้แทนน้ำกลั่นได้ไหม
A: บางงานสามารถใช้แทนกันได้ แต่หากเป็นงานที่ต้องการความบริสุทธิ์สูงมาก เช่น ห้องแล็บ เครื่องมือแพทย์ หรือแบตเตอรี่ ควรเลือกใช้น้ำกลั่นโดยตรง

Q5: เลือกซื้อน้ำกลั่นอย่างไรให้ได้มาตรฐาน
A: ควรเลือกจากผู้จำหน่ายที่มีมาตรฐานการผลิตชัดเจน มีข้อมูลสินค้า และสามารถให้คำแนะนำด้านการใช้งานในอุตสาหกรรมได้อย่างเหมาะสม

 

เลือกแหล่งผลิตน้ำที่ได้มาตรฐาน ช่วยลดปัญหาในระยะยาว

ไม่ว่าจะเป็นน้ำกลั่นหรือน้ำ RO สิ่งสำคัญคือคุณภาพและมาตรฐานของผู้ผลิต เพราะน้ำที่ไม่ได้คุณภาพอาจส่งผลต่อระบบการผลิต เครื่องจักร และต้นทุนในระยะยาวได้

สำหรับโรงงานหรือธุรกิจที่ต้องการน้ำคุณภาพสูง ควรเลือกผู้ให้บริการที่มีความเข้าใจด้านอุตสาหกรรม สามารถให้คำแนะนำเรื่องการเลือกใช้น้ำได้ตรงกับลักษณะงานจริง เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

 

บริษัท อาร์ เอช เค กรุ๊ป จำกัด
189 ม.10 ต.สำโรงใต้ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ 10130 

โทร : 02-394-0222 , 02-757-9961 แฟ็กซ์ 02-394-0223 
อีเมล: rhkgroup@hotmail.com , mktg@rhkchemical.com

  tel:02-394-0222