น้ำกลั่นบริสุทธ์คืออะไร กระบวนการเกิดของน้ำกลั่น

น้ำกลั่นบริสุทธ์คืออะไร กระบวนการเกิดของน้ำกลั่น

คุณสมบัติของน้ำกลั่นและการใช้ประโยชน์


หลายคนคงยังไม่รู้จักอย่างลึกซึ่งว่า น้ำกลั่นบริสุทธิ์ กับน้ำกลั่นสำหรับรถยนต์ คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร จำเป็นต้องใช้แต่กับรถยนต์หรือไม่ จริง ๆ แล้วน้ำกลั่นยังสามารถใช้กับอุตสาหกรรมอื่น ๆ ได้อีก เช่น

  • อุตสาหกรรมผลิตเครื่องสำอาง-ผลิตอาหารเสริม
  • การใช้ทำความสะอาดเครื่องจักรภายในโรงงานอุตสาหกรรม
  • ใช้ทำความสะอาดอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในห้องแล็บ
  • การใช้ทำความสะอาดกระจก,พรม
  • น้ำกลั่นที่คุ้นเคยกันก็คือ น้ำกลั่นสำหรับเติมในแบตเตอรี่รถยนต์

และถ้าหากคุณจำเป็นต้องใช้น้ำกลั่นในการทำธุรกิจ ไม่ต้องเป็นกังวล เรานำข้อมูลที่คุณจำเป็นต้องรู้เบื้องต้นมาสรุปไว้ให้ในนี้แล้วเรียบร้อย

น้ำกลั่นบริสุทธิ์คืออะไร

หลายคนส่วนใหญ่จะรู้จักน้ำกลั่นที่เกิดจากการกลั่นด้วยความร้อนจนน้ำกลายเป็นไอและเป็นหยดน้ำตกลงมาในท่อกลั่น ซึ่งเราเรียกน้ำกลั่นที่ได้จากกระบวนการนี้ว่า “distilled water” แต่ในบางครั้ง “น้ำกลั่น” ยังถูกนำไปใช้เรียก สำหรับน้ำที่ถูกผลิตขึ้นโดยใช้กระบวนการกรองแบบละเอียดหลายขั้นตอน เพื่อให้ได้น้ำที่มีคุณภาพใกล้เคียงกับ “distilled water” ก็คือ น้ำ DI ย่อมาจาก Deionized Water เป็นน้ำที่ผ่านการกำจัดไอออนต่าง ๆ ออกจากน้ำ โดยผ่านการกรอง 3 ขั้นตอน ขั้นตอนแรกคือการกรองผ่านคาร์บอนเพื่อกำจัดคลอไรด์ที่ปนเปื้อนในน้ำ ขั้นตอนที่2 คือการกรองผ่านไส้กรองเมมเบรนหรือที่เรียกว่ากรองด้วยระบบro ขั้นตอนสุดท้ายคือการกรองโดยใช้เรซิน ทำให้น้ำไม่มีไอออนหลงเหลือหรือปนเปื้อนอยู่ในน้ำ เราก็จะได้น้ำกลั่น (DI Water) ซึ่งมีค่าความบริสุทธิ์สูง เนื่องจากเหลือเพียงโมเลกกุลของน้ำเท่านั้น

ระบบน้ำ DI ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกระบวนการทำน้ำกลั่นบริสุทธิ์ เพราะสามารถใช้รวมกับวิธีการทำให้น้ำบริสุทธิ์ด้วยวิธีการอื่น ๆ ได้ เช่น ระบบน้ำ RO (Reverse Osmosis) กระบวนการการผลิตน้ำด้วยแรงดันสูง นิยมติดตั้งในครัวเรือน ใช้อุปโภค บริโภค, ระบบน้ำ Soft ที่เอาไว้กรองคราบหินปูน แคลเซียม แมกนีเซียม ในเครื่องจักร การกรอง การกลั่น และ การใช้ตัวดูดซับคาร์บอน (Carbon adsorption) ได้  

น้ำกลั่น คือ น้ำที่มีค่าการนำไฟฟ้าต่ำ (Electric Conductivity) เนื่องจาก น้ำกลั่นมีสิ่งเจือปนในน้ำค่อนข้างน้อย ทำให้คุณสมบัติการนำไฟฟ้าในน้ำกลั่นน้อยตามไปด้วย จึงทำให้เกิดกระบวนการผลิตน้ำกลั่นบริสุทธิ์ ก็จะเห็นได้ว่าการทำระบบ DI (Deionized Water) ถือเป็นระบบน้ำที่มีประโยชน์เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะใช้ในการทำยา เครื่องสำอาง หรืออาหารเสริมก็จะต้องมีส่วนผสมของน้ำที่มีค่าความบริสุทธิ์สูงอย่างน้ำ DI ผสมอยู่

ดังนั้นน้ำ DI เลยเป็นน้ำที่เหมาะสำหรับการใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม หรือใช้ในการเติมลงในแบตเตอรี่รถยนต์มากกว่า เพราะจะไม่มีสารอะไรเข้าไปปนเปื้อนในแบตเตอรี่ ที่ทำให้แบตเตอรี่สึกหรอได้อีกด้วย หากเติมน้ำเปล่าลงในแบตเตอรี่จะมีผลเสีย การเติมน้ำเปล่าแทนน้ำกลั่นรถยนต์ให้กับแบตเตอรี่จะส่งผลต่อประสิทธิภาพของแบตเตอรี่โดยรวม ไม่ว่าจะเป็นอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่สั้นลง หรือแรงดันแบตเตอรี่ที่ลดลง เนื่องจากน้ำดื่มทั่วไปหรือน้ำประปามีแร่ธาตุเจือปนอยู่อย่างมาก และมีความกระด้าง ในขณะที่ของเหลวที่อยู่ในแบตเตอรี่ คือ น้ำกรด ซึ่งมีฤทธิ์เป็นกรด จึงอาจส่งผลต่อปฏิกิริยาทางเคมีที่เกิดขึ้นภายในแบตเตอรี่ทำให้แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานลดลงได้

เจาะลึกลงไปในประเภทของน้ำกลั่นที่เติมลงในแบตเตอรี่รถยนต์ สามารถแบ่งออกได้อีก 2 ประเภท

  • น้ำกลั่นรถยนต์สีชมพู หรือน้ำกลั่นที่มีคุณสมบัติในการลดความร้อนให้กับแบตเตอรี่ ทำให้แบตเตอรี่มีประสิทธิภาพในการเก็บกำลังไฟไว้ได้นานมากขึ้น เหมาะสำหรับรถยนต์ที่มักจอดทิ้งไว้เป็นเวลานาน
  • น้ำกลั่นรถยนต์แบบไม่มีสี คือ น้ำกลั่นธรรมดา เน้นใช้งานในภาคอุตสาหกรรม สามารถใช้งานในรถยนต์ได้เช่นกัน

กระบวนการเกิดของน้ำกลั่น 3 ขั้นตอน

  1. การกรองด้วยคาร์บอน เพื่อดักจับสารประกอบคลอไรด์
  2. การกรองด้วยไส้กรองเมนเบรน หรือระบบro
  3. การใช้เรซิ่นดักจับประจุต่างๆในน้ำ ประกอบไปด้วย
  • แคทไอออนเรซิ่น (Cation Resin) คือ ไอออนที่มีประจุเป็นบวกเกาะอยู่กับพื้นผิวของเม็ดเรซิ่น
  • แอนไอออนเรซิ่น (Anion Resin) คือ ไอออนที่มีประจุไอออนเป็นลบ ซึ่งเกาะอยู่บนพื้นผิวของเม็ดเรซิ่น
  • มิกซ์เบดเรซิ่น (Mixed Bed Resin) คือ ที่ผสมระหว่างแคทไอออนเรซิ่นและแอนไอออนเรซิ่นเข้าด้วยกัน ซึ่งจะใช้ในการดักจับไอออนที่มีประจุเป็นลบและประจุที่เป็นบวก ที่หลงเหลือจากระบบการกรองทั้ง 2 ชั้น

กรองน้ำ DI  ด้วยระบบ RO ได้หรือไม่

คำตอบคือ สามารถใช้ระบบน้ำ RO กรองร่วมกับระบบ DI ได้ เนื่องจากระบบน้ำ DI นั้นเป็นระบบการกรองที่สามารถกรองเอาสิ่งสกปรกออกได้แต่ระบบน้ำ DI ไม่สามารถกรองเอาจุลินทรีย์ เชื้อโรคและแบคทีเรียในน้ำออกได้ ทำให้สารจุลินทรีย์ไปติดกับเม็ดเรซิ่นจนทำให้เม็ดเรซิ่นที่ใช้ผลิตน้ำ DI เสื่อมสภาพลงได้อย่างรวดเร็ว มีการนำน้ำ DI มากรองด้วยระบบน้ำ RO ซึ่งการนำน้ำ DI มาผ่านการกรองด้วยระบบ Ro เพื่อเพิ่มความบริสุทธิ์และยังช่วยยืดอายุเรซิ่นที่ใช้ผลิตน้ำ DI ได้อีกด้วย

น้ำกลั่น สามารถบริโภคได้หรือไม่

สำหรับการใช้น้ำกลั่นหรือน้ำ DI เป็นน้ำที่ผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์ จึงทำให้ในน้ำไม่มีแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการเหลืออยู่เลย จึงไม่เหมาะที่จะบริโภค เพราะร่างกายเรายังต้องการแร่ธาตุบางชนิดในน้ำดื่มที่จำเป็น เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรง น้ำ DI หรือน้ำกลั่นไม่เหมาะกับการใช้ในการบริโภคเป็นอย่างยิ่ง เพราะน้ำ DI เป็นน้ำที่มีค่าความบริสุทธิ์สูง หากดื่มน้ำ DI ไปในระยะยาวก็อาจจะทำให้อวัยวะภายในร่างกายบางส่วนเกิดความเสียหายได้ น้ำกลั่นไม่สามารถดับกระหายได้แบบน้ำดื่มทั่วไป หากดื่มน้ำกลั่นหรือน้ำ DI แล้วดีทุกวันนี้คงจะไม่มีเทรนด์การดื่มน้ำวิตามิน คุณว่าจริงไหม? ดังนั้นการเลือกดื่มน้ำที่มีแร่ธาตุจึงเป็นสิ่งที่เหมาะสมมากกว่า น้ำกลั่นในข้อมูลเบื้องต้นที่กล่าวมานี้ ยังมีข้อมูลรายละเอียดในเชิงลึกอีกมากมาย และคุณประโยชน์ของน้ำกลั่นยังสามารถเป็นวัตถุดิบคุณภาพช่วยเสริมเป็นส่วนประกอบในการทำธุรกิจต่าง ๆ ของคุณได้เป็นอย่างดี และที่มากไปกว่านั้น น้ำกลั่น ของเราผลิตด้วยกรรมวิธีที่ทันสมัยเพื่อให้ได้น้ำกลั่นคุณภาพสูง มีใบตรวจสอบคุณภาพการันตี (COA) ซึ่งบริษัทอาร์ เอช เค กรุ๊ป จำกัด เป็นผู้ผลิตน้ำกลั่น (DI Water) และจำหน่ายสารเคมี เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมและเป็นผู้จัดจำหน่ายชั้นนำ พร้อมผู้เชี่ยวชาญให้บริการตอบคำถามให้คำแนะนำคุณได้อย่างเหมาะสม


ติดต่อสอบถามข้อมูลหรือสั่งซื้อสินค้า

https://www.rhkchemical.com/
โทร : 02-394-0222
Line id : @rhkgroup
อีเมล: rhkgroup@hotmail.com, mktg@rhkchemical.com